วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

พฤติกรรมมนุษย์และตลาดทุน (ตอนพิเศษ) Miss Market สาวสวยเจ้าอารมณ์

(บทความนี้จะพูดถึงตลาดหุ้นบนพื้นฐานแนวคิด Mr. Market ของคุณปู่ เบนจามิน เกรแฮม  ปรมาจารย์การลงทุนแบบ Value investment  โดยเป็นการพูดถึงตลาดหุ้นในเชิงบุคลาธิษฐานว่าเป็นผู้ชายอารมณ์แปรปรวน  แนวคิดเรื่อง Mr. Market เป็นแนวคิดที่ทรงพลังมากในการลงทุนแบบ Value investment ที่ผมนำมาใช้ตลอด  ซึ่งในบทความนี้ผมจะพูดถึงตลาดหุ้นในมุมมองของผมว่าตลาดหุ้นเป็นผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง  ถือว่าเป็นมุมมองของคนๆนึงละกันนะครับ)

ทำไมต้องเป็นผู้หญิง?

ตลาดหุ้นเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกตลอดเวลา  นักลงทุนทุกคนคงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้นในจิตใจ  เวลาหุ้นขึ้นเราก็ดีใจลิงโลด  เวลาหุ้นตกเราก็เครียดโวยวายซึมเศร้าและอาจจะถึงขั้นสิ้นหวัง  ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นคงจะละเลยการพูดถึงอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้

และเมื่อพูดสิ่งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก  ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าตลาดหุ้นคือผู้หญิงสาวสวยที่นักลงทุนมากมายพร้อมที่จะให้ความสนใจเธอตลอดเวลา  นักลงทุนหลายคนให้เธอมาชี้นำการกระทำของตนเองโดยหวังว่าจะชนะใจเธอได้...ยอมตกเป็นทาสของเธอ  พวกเขาสูญเสียความเป็นผู้นำ สูญเสียความมีเหตุผลไป หรือสูญเสียความเป็นผู้ชายที่ควรจะเป็นนั่นเอง  หลายๆครั้งพวกเขาใช้อารมณ์มากำหนดการกระทำตามที่นส.ตลาดสั่งให้พวกเขาทำ

โดยพื้นฐานด้านจิตใจผู้หญิงและผู้ชายจะมีความแตกต่างกัน  โดยผมจะพูดถึงลักษณะความแตกต่างของเพศในทางจิตใจมากกว่าเพศในทางร่างกาย  เพราะชายบางคนก็มีใจเป็นหญิง  และหญิงบางคนก็มีใจเป็นชาย

ผู้หญิงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล  ส่วนผู้ชายใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์

นั่นเป็นเพราะผู้หญิงใช้สมองซีกขวาซึ่งเป็นสมองด้านอารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก  โดยใช้สมองซีกขวาจะเชื่อมต่อเข้ากับส่วน Limbic system ซึ่งเป็นสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก ความทรงจำ  รวมถึงผู้หญิงมีฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศที่แกว่งขึ้นลงตลอดเวลาตามรอบประจำเดือน  ทั้งฮอร์โมนที่ชื่อเอสโตรเจนและโพรเจสเตอร์โรนซึ่งสร้างมาจากรังไข่  ส่วนผู้ชายจะมีฮอร์โมนชื่อเทสโทสเตอร์โรนซึ่งระดับฮอร์โมนจะนิ่งไม่แกว่งขึ้นลง  ทำให้ผู้ชายมีอารมณ์ที่มั่นคงมากกว่า  รวมถึงผู้ชายใช้สมองซีกซ้ายด้านการวิเคราะห์ ความมีเหตุผลเป็นหลัก

(ปล. ถ้ามีเผื่อคนสนใจ...ผมจะเขียนบทความเรื่องความแตกต่างของ  Male brain and Female brain in Structure and Function ให้อ่านกัน  โหวตกันเข้ามาได้แต่เนื้อหาอาจจะไม่เกี่ยวกับการลงทุนนะครับ  จะเป็นเชิงวิขาการมากกว่า)

ดังนั้นเราจะสังเกตว่าสาวสวยหลายๆคนมักจะเจ้าอารมณ์  เพราะเธอมีฮอร์โมนเพศหญิงในระดับสูงและเปลี่ยนแปลงไปมา  ซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายของเธอดูสมกับเป็นผู้หญิง  ผิวพรรณสวยงาม  มีลักษณะของเพศหญิงมากกว่าผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเพศหญิงในระดับต่ำหรือผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเพศชายสูง  สาวสวยที่มีลักษณะความหญิงสูง(Feminine)จะมีเสน่ห์กับผู้ชายทั่วๆไป  หลายคนยอมตกเป็นทาสของเธอ

แต่ นส. ตลาดไม่ได้ใช้อารมณ์แบบหญิงสาวทั่วไป  เธอมีอาการป่วยทางจิต (Mental disorder) เป็นบางเวลา  (Sometimes นะครับไม่ใช่  Anytime) 

ในอดีตเธออาการหนักมาก  หุ้นปั่นไม่มีพื้นฐานวิ่งขึ้น ceiling เป็นว่าเล่น  หุ้นเติบโตชั้นดีราคาถูกมีมากมายราคาไม่ไปไหน  และเป็นอย่างนั้นเป็นเวลานาน  หลังจากนักลงทุนเริ่มมีความรู้มากขึ้น  นักพนันที่เล่นตามนส.ตลาดเริ่มหมดตัวและออกจากตลาดไป  ทำให้ปัจจุบันเธอเริ่มมีอาการทางจิตที่ดีขึ้น  โดยส่วนใหญ่เธอจะมีเหตุมีผลเป็นไปตาม  Efficient market hypothesis (ทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพ – ราคาตลาดคือราคาที่ถูกต้อง  ราคาตลาดเป็นมูลค่าที่แท้จริง)  แต่เธอไม่ได้หายขาดจากอาการทางจิต  วันดีคืนดีเราจะเห็นเธอแสดงความดีใจอย่างสุดๆไล่แจกเงินทอง  หุ้นวิ่งเขียวทั้งกระดาน  บางครั้งเธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความตกใจต่อข้อมูลล่าสุดที่เพิ่งได้รับ  บางครั้งเธอนั่งเศร้าสร้อยหมดอาลัยตายอยาก  หุ้นแดงทั้งตลาด  และบางครั้งราคาหุ้นสวนทางกับมูลค่าที่แท้จริง  (sometimes market inefficient) 

ลักษณะทางจิตใจที่เราจะพบใน นส.ตลาด

1. โรคอารมณ์สองขั้ว  (Bipolar  Disorder)

โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ 2 ขั้ว คือขั้วบวกกับขั้วลบ

ขั้วด้านอารมณ์บวก  เวลาเธอมีความสุข  เธอจะอารมณ์ดีมาก  ทุกอย่างจะถูกมองในแง่ดีไปหมด  หุ้นจะขึ้นอย่างรุนแรงโดยข่าวดีที่มากระทบระยะสั้น  เธอจะมองข้ามข่าวร้ายไปอย่างสิ้นเชิง  เธอจะไม่ยอมขายหุ้นออกมาเพราะกลัวว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก  เหล่าสาวกของเธอต่างพากันอารมณ์ดีตาม  เคาะซื้อโดยไม่ดูความแพงของหุ้นอีกต่อไป  เพราะทุกคนกลัวตกรถ  ทุกคนทำตามที่เธอสั่งให้ทำ  ทุกคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก  ซื้อขายบ่อยขึ้น  ปริมาณการซื้อขายสูงขึ้นมาก  นักลงทุนขาดความยับยั้งชั่งใจ  ลดความระมัดระวังลงไปมาก  เหล่าโบรกเกอร์ต่างพากันปรับราคาเป้าหมายให้สูงขึ้นเรื่อยๆ  ข่าวเศรษฐกิจพร้อมใจกันนำเสนอแต่ด้านที่ดีๆ  นักลงทุนรายย่อยต่างพากันฝันว่าพวกเขาจะเกษียณตั้งแต่อายุน้อยไปพักผ่อนที่ริมชายทะเล  ไม่ต้องทำงานอีกต่อไป

แต่อารมณ์ด้านบวกไม่คงอยู่ตลอดไป  ... เมื่อมีเหตุการณ์ภายนอกบางอย่างมากระทบจิตใจของเธอ  จะเกิดขั้วกลับข้างไปอีกด้าน

ขั้วอารมณ์ด้านลบ  เมื่อเธอมีความเศร้า  อารมณ์เธอจะหดหู่  ทุกอย่างจะถูกมองในแง่ร้ายไปหมด  แม้ว่าจะมีข่าวดีแต่เธอจะมองข้ามมันไปอย่างสิ้นเชิง  ราคาหุ้นดิ่งลงแทบทุกตัว  ไม่สนใจอนาคตหรือผลประกอบการณ์ใดๆ  เธอจะขายหุ้นหนีตายราวกับว่าบริษัทจะล้มละลายปิดกิจการในวันพรุ่งนี้  เทขายชนิดที่กลัวไม่ได้ขาย  ราคาหุ้นแดงแทบทุกตัว  เหล่าสาวกของเธอต่างอารมณ์หดหู่หมดหวัง  หวาดกลัว  และพากันเทขายหนีตายตามกันไป  นักลงทุนต่างไม่มีใครกล้าซื้อหุ้น  ทุกคนระมัดระวังตัวมาก  เหล่าโบรกเกอร์ต่างพร้อมใจลดราคาเป้าหมายลง  ข่าวเศรษฐกิจทุกอย่างล้วนไปในด้านลบทั้งสิ้น  นักลงทุนรายย่อยเจ๊งออกไปจากตลาดทีละคน  และสาปส่งตลาดหุ้น

วงจรอารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในทุกตลาดหุ้นทั่วโลกโดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด...ราวกับเธอไม่เคยมีความทรงจำทางอารมณ์  ว่าเธอเคยใช้อารมณ์และไร้เหตุผลแค่ไหน  นักลงทุนหลายคนก็ยอมตกเป็นทาสตามที่เธอบัญชา

ไม่น่าเชื่อเลยว่าบริษัทเดียวกัน  พื้นฐานระยะยาวเหมือนเดิม  แต่อารมณ์ที่ขึ้นลงทำให้ราคาหุ้นแกว่งไปได้มามากมายถึงขนาดนี้

2. บุคคลิกภาพแบบผิดปกติ

- Dependence – เธอมักจะเป็นตัวอย่างของการทำตามกันไป  ตัดสินใจอะไรเองไม่ค่อยเป็น  ต้องคอยตามเสียงส่วนใหญ่ไปเรื่อยๆ  แม้ว่าจะเป็นทางไปสู่หายนะก็ไม่สนใจ  พากันไปตามเสียงส่วนใหญ่สบายใจกว่า
- Histrionic – เธอเป็นจุดสนใจของนักลงทุนตลอดเวลา  ข่าวเศรษฐกิจทุกช่องรายงานแทบทุกวินาที  มีเรื่องให้นักลงทุนตื่นเต้นได้ตลอด  ผู้คนพากันพยายามจะเดาใจว่าเธอจะไปทางไหน  ถูกบ้างผิดบ้าง  แต่ก็ยังมีคนพยายามจะเข้ามาทายใจและพฤติกรรมของเธอตลอดเวลา  เวลามีข่าวมากระทบเธอจะตอบสนองเกินจริงเหมือนนางอิจฉาในละครหลังข่าว 

3. วิตกกังวลแทบทุกเรื่องที่เข้ามากระทบ

ไม่ว่าข่าวอะไรมากระทบเธอกังวลได้หมด  เงินเฟ้อ  เงินฝืด  ดอกเบี้ยขึ้น  เงินบาทอ่อน  เงินบาทแข็ง  ราคาน้ำมันขึ้น  ราคาน้ำมันลง  ปัญหาการเมือง  ฯลฯ  การตอบสนองต่อข่าวสารที่รวดเร็วจัดเป็นความสามารถพิเศษของเธอ

นักลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นไปตามที่เธอบัญชา  สั่งให้ทุกข์ก็ได้  สั่งให้สุขก็ได้  สั่งให้ดีใจก็ได้  สั่งให้เสียใจก็ได้  สั่งให้ซื้อหุ้นตอนแพงเกินพื้นฐานที่ยอดดอยก็ได้  สั่งให้ขายหุ้นที่ราคาถูกสุดขีดที่จุดต่ำสุดก็ได้  เธอจะล้างสมองเหล่าสาวกจนหมดสิ้นว่าแผนการตอนเข้าซื้อและตอนขายของเราตอนแรกเป็นอย่างไร  เมื่อเราถูกเธอครอบงำทางอารณ์เราจะทำตามที่เธอสั่ง

ถ้าไม่เชื่อ  ...ลองเอากระดาษมาจดบันทึกเหตุการณ์หรือการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่เข้ามากระทบและอารมณ์ในใจที่เกิดขึ้น  รวมถึงการซื้อขายที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา  แล้วจะรู้ว่าเราตกเป็นทาสนส.ตลาดจริงๆ  บางครั้งเราถึงขนาดซื้อที่ยอดดอยและขายที่จุดต่ำสุด  อารมณ์นักลงทุนจะถูกผูกติดกับตลาด  เวลาหุ้นขึ้นจะอารมณ์ดียิ้มหัวเราะทั้งวัน  เวลาหุ้นตกจะเดินคอตกเศร้าเหงาโลกสลาย  คนภายนอกมองหน้าก็รู้เลยวันนี้หุ้นขึ้นหรือหุ้นลง

นี่แหละการตกเป็นทาสนส.ตลาด

แน่นอนว่านส.ตลาดเธอไม่ได้มีอาการทางจิตตลอดเวลา  ส่วนใหญ่เราจะเห็นเธอมีเหตุผล  นักลงทุนส่วนใหญ่จะเอาชนะผลตอบแทนของตลาดไม่ได้  เธอจัดเป็นนักลงทุนที่เก่งฉกาจคนหนึ่ง  จึงเกิดมีการลงทุนในกองทุนดัชนีซึ่งเป็นการลงทุนที่ดี 

แต่ถ้าเหล่านักลงทุนที่ต้องการชนะนส.ตลาดซึ่งเธอเป็นนักลงทุนมือฉกาจและมีอำนาจควบคุมจิตใจของคนส่วนใหญ่ให้ทำตามเธอได้  เหล่านักลงทุนนั้นต้องมีสิ่งที่ตรงข้ามกับความที่อารมณ์แปรปรวนของเธอ  กล่าวคือพวกเขาต้องมีเหตุผลและจิตใจที่หนักแน่นเหมือนเหล่าชายชาตรี

ความเป็นผู้ชายที่นักลงทุนไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตามควรจะมี

1. มีเหตุผล  ไม่ทำอะไรตามอารมณ์  ทำตามหลักการลงทุนของตนเอง
2. จิตใจหนักแน่น  เยือกเย็น  ควบคุมการกระทำของตนเองได้  ไม่ปล่อยให้อารมณ์หรือให้คนอื่นชี้นำ
3. เชื่อมั่นในตนเอง  กล้าที่จะคิดแตกต่างจากคนส่วนใหญ่  ถ้าเหตุและผลของเราถูกต้อง
4. มองการณ์ไกล  ไม่มองสั้นจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
5. รู้จักยับยั้งชั่งใจ  เรียนรู้ที่จะอยู่เฉยๆบ้าง  รู้ว่าเมื่อไรควรจะทำอะไร  ไม่ใช่ว่าโดดเข้าไปคลุกฝุ่นตลอดเวลา
6. ทำผิดก็กล้ารับและรู้จักแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น  ถ้าเอาแต่โทษคนอื่นก็ฝีมือไม่มีวันพัฒนา

ยิ่งนส.ตลาด ไร้เหตุผลมากเท่าไร  เรายิ่งต้องมีเหตุผลมากขึ้นเท่านั้น  ต้องสุขุมและเยือกเย็น

แนวทางการฝึกฝีมือเพื่อไม่ให้ถูกนส.ตลาดครอบงำ

1. อย่าดูราคาหุ้นบ่อย  โดยเฉพาะถ้าเราเป็นนักลงทุนหุ้นเติบโตระยะยาว

- การดูราคาหุ้นบ่อยๆ  จะไปกระตุ้นสมองส่วน Limbic ที่เกี่ยวกับด้านอารมณ์  (สมองส่วนนี้จะกระตุ้นในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องความอยู่รอด  เช่น การสู้หรือหนี  เรื่องเพศ  เรื่องเงินทอง)  นักลงทุนจะถูกครอบงำจากตลาดได้ง่ายมาก  และตัดสินใจโดยใช้อารมณ์  ขาดสติ  อาจจะรู้ตัวอีกทีตอนตัดสินใจไปแล้ว  หรือตอนที่ตลาดปิดไปแล้ว  ถ้าอยากติดตามสถานการณ์ให้ดูข่าวที่มากระทบเป็นหลักว่าส่งผลต่อกิจการของหุ้นที่เราถืออยู่มากน้อยแค่ไหน  เช่น ... วิกฤติยุโรปส่งผลต่อกิจการค้าปลีกในประเทศที่กำลังเติบโตมากน้อยแค่ไหน  ถึงขนาดกำไรปีหน้าจะขาดทุนเลยหรือเปล่าหรือยังเติบโตได้อยู่เพราะเป็น niche market  หรือต้องระวังแค่กลุ่มส่งออกไปยุโรปก็พอ  หรือกระทบสภาพคล่องทำให้นักลงทุนต่างชาติต้องเทหุ้นทิ้ง  แล้วความเป็นไปได้ที่ต่างชาติจะเทขายมีมากแค่ไหน  หุ้นตัวที่เราถือต่างชาติถืออยู่แค่ไหน  ต่างชาติที่ถือหุ้นเราเป็นเฮ็จฟันหรือเป็นการลงทุนระยะยาว  แล้วเราจะขายหุ้นหรือถือเงินสดดีภายใต้ความน่าจะเป็นแบบนี้  ฯลฯ

คำถามที่ใช้เหตุผลเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าเราปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ

2. อ่านเกมส์ให้ขาดตั้งแต่ต้น  ไม่ใช่มานั่งตอบสนองกับข่าวรายวัน

- ประเมินทั้งด้านดีและด้านร้ายและเตรียมแผนการรับให้เพร้อมตั้งแต่เข้าซื้อหุ้นเลย  ไม่ใช่ว่าข่าวมากระทบทีก็ประเมินที  ต้องคอยเกาะติดข่าวตลอดเวลาจนไม่มีความสุขหน้าเครียดอยู่ตลอดเวลา  แยกไม่ออกว่าข่าวไหนกระทบบริษัท  ข่าวไหนไม่กระทบ  แยกไม่ออกว่าข่าวไหนกระทบระยะสั้น  ข่าวไหนกระทบระยะยาว

ไม่ว่าหน้าไพ่หงายออกมาแบบไหนเราก็พร้อมที่จะรับมือ

3. มองดูที่พื้นฐานกิจการเป็นหลัก

- มองกิจการเหมือนมองบริษัทที่อยู่นอกตลาด  ว่าถ้าเราเข้าซื้อบริษัทนี้เราจะให้ราคาเท่าไร  หามูลค่าที่แท้จริงออกมาด้วยการประเมินบริษัทอย่างเข้าใจ  มองศักยภาพที่มีในปัจจุบันและมองการเติบโตของกิจการในอนาคต  เวลากิจการอยู่ในตลาดหุ้นเราจะเชื่อตลาดว่าราคาตลาดคือสิ่งที่ถูกต้องเสมอ  เราหลีกเลี่ยงที่จะใช้สมองในการลงทุนทั้งๆที่การลงทุนคือ  เกมส์ที่ต้องใช้สมองอย่างมากไม่แพ้เกมส์ใดๆในโลก

ปู่บัฟเฟตต์  กล่าวไว้ว่า...

“A public – opinion poll is no substitute for thought” 

การทำโพลสาธารณะไม่สามารถทดแทนการใช้ความคิด

“I never attempt to make money on the stock market. I buy on the assumption that they could close the market the next day and not reopen it for five years.”

ผมไม่เคยพยายามที่จะทำเงินจากตลาดหุ้น  ผมซื้อหุ้นบนสมมุติฐานที่ว่าตลาดจะปิดในวันพรุ่งนี้และเปิดอีกครั้งในห้าปีข้างหน้า


“Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it.”

มองความผันผวนของตลาดเหมือนเพื่อนมากกว่าศัตรู  ใช้ประโยชน์จากความผันผวนมากกว่าจะเข้าร่วมไปกับมัน

และแม้ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจะดูผันผวนและควบคุมอะไรไม่ได้เลย  ทุกอย่างดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยภายในของบริษัทที่เราเข้าไปลงทุน  แต่สิ่งหนึ่งที่เราควบคุมได้อย่างสมบูรณ์คือ...การคิดอย่างอิสระ การตัดสินใจอย่างอิสระ

การมีอิสระทางความคิดและการกระทำเป็นสิ่งที่ผมชอบมากในการลงทุนในตลาดหุ้น  เพราะชีวิตจริงบางครั้งเราต้องฝืนใจทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ  เช่น  บางครั้งเราความเห็นไม่ตรงกับอาจารย์  เราก็ต้องทำเป็นพยักหน้าเออๆออๆไปเดี๋ยวสอบไม่ผ่าน  เราเห็นว่าตำราเขียนไม่ถูกต้อง ไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักฐานเราก็ไม่สามารถจะเลิกอ่านเพราะเราต้องสอบโดยใช้ตำราเป็นแหล่งอ้างอิง  เราเห็นว่าเจ้านายไม่มีความยุติธรรม สั่งแต่งานไร้สาระไม่เกิดประโยชน์ต่อองค์กร  แต่เราจำใจต้องยอมรับไม่งั้นเราอาจจะไม่มีงานทำ  ไม่มีเงินมาใช้จ่าย  ไม่มีความก้าวหน้าในการงาน

แต่การลงทุนในตลาดหุ้นไม่มีใครจะมาบังคับควมคุมเราได้  เราเลือกได้ว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร  แม้ว่าจะมีคนคอยแนะนำเป่าหูชวนเชื่อเรามากมาย  แต่เราเลือกได้ว้าเราจะตัดสินใจเช่นไร  เรามีอิสระในทางความคิดอย่างแท้จริง

เพราะเราเลือกได้ว่าเราจะ ซื้อ-ถือ-รอ-หรือ ขาย (1.Buy  2.Hold  3.Sell 4 Wait )  ในแต่ละช่วงเวลา  แต่ละช่วงราคาหุ้น  แต่ละการกระทบของภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

สิ่งที่เราทำได้กับนส.ตลาดคือ  มองดูเธออย่างเป็นมิตร  เมื่อวันไหนที่เธอทุกข์ทนและไม่มีใครเหลียวแล  เราก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประคับประคองเธอ  เมื่อวันใดที่เธอมีความสุขและผู้คนเข้ามารุมล้อมเธอมากมายเราก็ยิ้มและพร้อมที่จะเดินจากไปอย่างมีความสุข  (-ช้อนซื้อหุ้นเติบโตชั้นดีราคาถูกตอนตลาดหมี  และขายหุ้นเมื่อราคาเกินมูลค่าไปมากในตลาดกระทิงครับ)

เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ นส. ตลาดอย่างมีสติและไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง  แล้วเราจะมีความสุขในการลงทุนขึ้นอีกมากเลยครับ

13 ความคิดเห็น:

  1. "แต่ นส. ตลาดไม่ได้ใช้อารมณ์แบบหญิงสาวทั่วไป เธอมีอาการป่วยทางจิต (Mental disorder) เป็นบางเวลา (Sometimes นะครับไม่ใช่ Anytime)"

    การที่จะเข้าใจคนที่เป็นโรคทางจิต เราต้องเป็นคนโรคจิตด้วยหรือเปล่าครับ อิอิ.. :)

    ตอบลบ
  2. 55 :D ไม่จำเป็นต้องป่วยหรอกครับ ยิ่งป่วยทางจิตยิ่งเหมือนมองผ่านแว่นที่บิดเบี้ยวน่ะครับ ยิ่งไม่เข้าใจกันไปใหญ่เลยครับ ที่เราทำได้คือพยายามที่จะเข้าใจเขาเท่าที่เราจะทำได้น่ะครับ

    การที่เราจะเข้าใจใครสักคน...จะเกิดจากการรับฟังและมองผ่านมุมมองของคนๆนั้น เช่น “ถ้าเราตกอยู่ในสภานการณ์เดียวกับเขาเรารู้สึกอย่างไร?” ถ้าพูดภาษาวิชาการเรียกว่า “Theory of mind” มนุษย์เกือบทุกคนมีสิ่งนี้อยู่ด้วยกันทั้งนั้น (ยกเว้นป่วย)

    แต่ในกรณีเรื่องตลาดหุ้น บ่อยครั้งเราทำตัวเป็นนายตลาดซะเอง ดังนั้นผมคิดว่าการตระหนักรู้อารมณ์ตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้สึกคล้ายๆกันกับเรา แต่สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคนที่ทำตามอารมณ์ตลาดคือ วินัยในการลงทุนและความสามารถในการควบคุมตนเองครับ

    :D

    ตอบลบ
  3. "บ่อยครั้งเราทำตัวเป็นนายตลาดซะเอง"

    คงเป็นเช่นนั้นครับ
    เราพยายามจะคิดว่าเรารู้ จริงๆแล้วเราอาจจะไม่รู้อะไรเลย
    ไม่ว่าอย่างไร เราก็มักจะหาเหตุผลมาสนับสนุนให้ความคิดเราถูกให้ได้ 555

    ถ้าเรายังไม่เข้าใจ Fact ก็คงยากที่จะปรับส่วนอื่นมังครับ :)

    ตอบลบ
  4. เห็นด้วยครับ การเข้าใจ Fact เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ถ้าตั้งต้นผิดทุกอย่างก็จะผิดไปหมดเลย :)

    ตอบลบ
  5. คุณก๊อบเขียนได้ดียังกับสนิทสนมกับ นส.ตลาดมานานหลายสิบปี
    ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันแค่สองปีกว่า (ถ้าผมจำไม่ผิด)
    อ่านง่าย เข้าใจทะลุปรุโปร่งเลย
    แต่บางทีอะไรที่เราเข้าใจ ก็ไม่ใช่ว่าจะควบคุมได้ซะด้วยซิครับ อิอิ

    คุณก๊อบเป็นจิตแพทย์รึเปล่าเนี่ย

    ตอบลบ
  6. ใช่ครับพี่...ผมเรียนต่อด้านจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นครับ ปีหน้าก็จะจบแล้วครับ :)

    ตอบลบ
  7. ดีเลย วัยรุ่นอย่างพี่จะได้มีที่ปรึกษา 555

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ2 ตุลาคม 2554 00:15

    จริงๆตอนนี้ อยากเอาanti depressant ให้ miss market สักเม็ด (แต่ดูพอร์ตแล้วอยากใส่ปากตัวเองสัก1กำมือ)

    ตอบลบ
  9. 55 วันที่เกือบมี circuit breaker ผมล่ะอยากจัดหนัก ECT(ซ๊อตไฟฟ้า)ให้หนูตลาดสักชุด >_<"

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ4 พฤศจิกายน 2554 17:44

    vote u to write about brain kab.i would like to expand my circle of competence kab.Ake3004

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ7 สิงหาคม 2555 15:36

    เขียนสนุกมากค่ะคุณหมอ :)

    ตอบลบ

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น