วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สรุปเนื้อหาคอร์สการลงทุนของผม (ตอนที่ 1/2)

บทความนี้ถือเป็นการแชร์แนวคิดหลักทั้งหมดในการลงทุนของผมนะครับ

ในช่วง 1 ปีหลังจากลงทุนในตลาดหุ้น  (ปี 53)  ผมได้พัฒนาหลักสูตร  “การบริหารการเงินส่วนบุคคลและการลงทุน”  เพื่อสอนนักลงทุนทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การลงทุนเลย  โดยผมตั้งใจว่าจะให้ครอบคลุมแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของการลงทุนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ภายในเวลา 2 – 3 ชั่วโมง

โดนแรงบันดาลใจในการสอนมาจาก  รุ่นน้องที่ภาควิชา 2 คน  ที่สนใจการลงทุนในตลาดหุ้น  และผมเองก็ต้องการแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่นอยู่แล้ว  เนื่องจากตอนผมเริ่มต้นไม่มีคนสอนลงทุนเลย  ผมจึงอยากมอบโอกาสให้คนอื่นๆได้สิ่งที่ผมไม่เคยได้

สำหรับหลักสูตรนี้ผมสอนมาแล้ว 7 ครั้งให้กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆรวมถึงคนรู้จักรอบตัวผม  และตั้งใจจะแชร์ให้กับบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสบ้าง

การที่ผมเป็นมือใหม่ที่ลงทุนมาไม่นาน  และผ่านช่วงความยากลำบากในการเรียนรู้ช่วงเริ่มต้นทำให้ผมเข้าใจว่ามือใหม่ต้องการอะไรติดขัดตรงไหน  โดยที่คนมีประสบการณ์หรือเซียนอาจจะไม่เข้าใจคนที่กำลังเริ่มต้นเท่าไรนัก

โดยหลักสูตรนี้ฟังได้ตั้งแต่คนที่ไม่รู้อะไรเลย...ไปจนถึงนักลงทุนที่ลงทุนมาแล้วหลายปีครับ

ปล.  ผมสอนฟรีนะครับ  (เป็นวิทยาทาน)  สอนทุกคนที่ตั้งใจอยากเรียน  (แต่ไม่รับคนไม่ตั้งใจจริง  ไม่รับคนต้องการมาขอหุ้นโดยไม่คิดจะทำการบ้าน  ไม่รับคนที่ต้องการมาลองภูมิครับ  เนื่องจากผมต้องเสียเวลาและแรงกายค่อนข้างมากจึงอยากเสียสละให้คนที่ต้องการจริงๆครับ)  และขอให้มีอย่างน้อยครั้งละ 5 คนขึ้นไป  (ยิ่งนักเรียนเยอะเท่าไรยิ่งดี)  เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการแชร์ความคิดกัน  และใช้เวลาทั้งหมด  2 ชั่วโมงครึ่งครับ  รวมเวลาตอบคำถามก็ประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

ปล.2  update 14 มี.ค. 55 ผมของดสอนอย่างไม่มีกำหนดนะครับ เนื่องด้วยติดภารกิจทั้งเรื่องงาน การเรียนและครอบครัว ขอบคุณทุกคนที่สนใจนะครับ ผมเองก็ยังอยู่ตรงนี้ มีคำถามอะไรสามารถโพสถามหน้า wall หรือใน blog ได้เลยครับ

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พฤติกรรมมนุษย์และตลาดทุน (ตอนพิเศษ) Anti-Overconfidence

ขออธิบายสำหรับเพื่อนๆนักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาใหม่  Series  พฤติกรรมมนุษย์และตลาดทุน  เป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาการลงทุนในหัวข้อต่อไปนี้

1.  Efficient  market  hypothesis  ทฤษฎีตลาดมีประสิทธิภาพ
2.  Behavioral  finance  การเงินเชิงพฤติกรรม
3. Reflexivity  หลักปฎิกริยาสะท้อนกลับ
4. Consumer behavior and  life style  พฤติกรรมผู้บริโภคและวีถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม
5. Mr. Market  นายตลาด
6. การฝึกพัฒนาจิตใจสำหรับนักลงทุน  เพื่อให้หลุดพ้นไปจากอคติทางจิตใจต่างๆที่คอยชี้นำเราอยู่  และได้ผลตอบแทนทั้งตัวเงินและความสุขใจครับ

โดยผมพยายามจะเขียนบทความจิตวิทยาการลงทุนประมาณเดือนละครั้ง  เนื่องจากผมให้ความสำคัญกับ Psychology  ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน

ในบทความพฤติกรรมมนุษย์และตลาดทุน(ตอนที่ 2) การรับรู้อันผิดเพี้ยน  ผมได้พูดถึงเรื่อง  Overconfidence –  ความมั่นใจเกินไป  ครั้งนี้ผมจะมาพูดถึงสิ่งตรงข้ามนั่นคือ การ Anti-Overconfidence 



คนเราทุกคนล้วนแสวงหาการยอมรับจากผู้คนรอบข้าง  ตามทฤษฎีของมาสโลว์  Maslow  hierarchy of need  ซึ่งมีทั้งหมด 5 ขั้น

1. Physiological  need  ความต้องการทางร่างกาย
2. Safety  need  ความต้องการความปลอดภัยและความมั่นคง
3. Love  and  Belonging  ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ
4. Esteem  ความต้องการการยอมรับนับถือจากตนเองและผู้อื่น
5. Self-actualization  ความต้องการที่เข้าใจตนเองอย่างแท้จริง

โดยการต้องการการยอมรับจากสังคมและคนรอบข้างจะอยู่ในขั้นที่ 3 และ 4

คนเราคงหลีกเลี่ยงที่จะไม่มีความต้องการยอมรับจากคนอื่นได้ยาก  แม้ว่าหลายครั้งความต้องการยอมรับจากคนอื่นจะนำมาซึ่งความทุกข์ใจก็ตาม

ถ้าเราอยากให้คนยอมรับโดยใช้วิถีทางที่ถูกต้องเหมาะสมก็ดีไป  แต่ในบางครั้งการพยายามเชื่อมั่นในตนเองจนเกินไปเพื่อให้คนยอมรับก็อาจจะนำมาซึ่งหายนะ  รวมถึงหายนะในการลงทุนด้วยครับ

ผมขอแชร์ประสบการณ์ของผมนะครับ

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Exit Strategy

เวลาที่เราจะเข้าพักอาศัยในอาคารสูง  ไปเดินห้างสรรพสินค้า  นอกจากการเพลิดเพลินชมสิ่งสวยงาม  เครื่องเรือนทันสมัยในตัวอาคารแล้ว  สิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำคือ  “สังเกตทางหนีไฟ”

เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน  เช่น  ไฟใหม้  หรือแม้แต่เกิดการระเบิดในตัวอาคาร  คนที่เตรียมพร้อมในการออกจากตัวอาคารคือคนที่รอดตาย  โดยผ่านทางหนีไฟที่พวกเขาเห็นก่อนหน้าที่ไฟจะใหม้

ในการทำสงครามนั้นจะมีทั้งการบุกและการตั้งรับ เมื่อกองกำลังของเราได้เปรียบ  เราอาจจจะทำการบุก  เมื่อกองกำลังของเราเสียเปรียบเราอาจจะทำการตั้งรับ  หรือแม้กระทั่งหนีให้เป็นเพื่อเอาชีวิตรอดมาต่อสู้ใหม่

36 กลยุทธ์  จึงมีกลศึกสุดท้ายคือ  “หนีคือสุดยอดกลยุทธ์”

ดังนั้นเราจะมาคุยกันถึงกลยุทธ์การถอยในการลงทุนกันครับ

ยุทธศาสตร์ทางออก (หรือ Exit Strategy)  ของการลงทุนในหุ้นเติบโต 



เวลาที่นักเดินป่าเข้าในในป่าที่เป็นเขาวงกตและติดอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน  เข็มทิศไม่สามารถใช้การได้  พวกเขาไม่สามารถหาทางออกได้เลย  เพราะจริงๆแล้วทางออกที่พวกเขาตามหาไม่ได้มีอยู่

ทางออกที่จริงอยู่ที่ทางเข้านั่นเอง  !!

ในการลงทุนก็เช่นกัน  ก่อนที่เราจะทำการเข้าลงทุนซื้อหุ้น  เราต้องประเมินทางถอยไปพร้อมกันตั้งแต่เราเข้าซื้อแล้ว  ...ว่าหุ้นตัวนี้เราจะขายเมื่อไร?

“ซื้อเพราะเหตุผลไหน  ให้ขายด้วยเหตุผลนั้น”  ยังเป็น  quote  ที่ใช้ได้อยู่เสมอ

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความอ่อนแอ vs ความเข้มแข็ง

(บทความนี้ไม่เกี่ยวกับการลงทุนนะครับ)

มีใครบางคนเคยถามว่า... ผมเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกอ่อนแอบ้างมั๊ย? 

เคยสิครับ...บ่อยด้วย :D  ทุกๆคนมีช่วงเวลาอ่อนแอทั้งนั้น  อย่าง superman บุรุษที่เข้มแข็งที่สุดในโลกก็มีวันที่อ่อนแอเหมือนกัน

superman กำพร้าพ่อแม่แท้ๆ  เติบโตมาก็เป็นคนธรรมดาในสังคม  ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ความรักก็ไม่สมหวัง แต่เมื่อคนอื่นเดือดร้อน superman ถึงได้เอาความสามารถที่สูงส่งและหัวใจที่กล้าหาญมาช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ได้เอามาใช้เพื่อตนเองเลย

แล้วเวลา superman เหนื่อยหรืออ่อนแอ...มีใครใหมที่ช่วย support ?

ถ้างั้นแล้วทำไม superman ในร่างของ Clark Kent ไม่บอกไปเลยล่ะว่า  ”ฉันนี่แหละ superman!!!”  แล้วเขาจะได้สมหวังทุกอย่าง  มีทั้งความรัก  มีทั้งอำนาจ  คำยกย่องสรรเสริญมากมาย

นั่นแสดงว่า  มีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งเหล่านั้นที่ทำให้  superman  ยืนหยัดต่อสู้เพื่อผู้อื่นต่อไปได้ 

ลองมองไปรอบๆตัวเรา  ยังมีคนที่มีความทุกข์กว่าเราบนโลกนี้อีกมากมายเลย  บางคนไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ  ไม่มีงานทำ  บางคนไม่มีข้าวจะกิน บางคนเจ็บป่วยเป็นโรคร้าย  บางคนไร้ญาติขาดมิตร 

เวลาที่คนเราอ่อนแอ ไม่ว่าจะด้วยร่ายกายเหนื่อยล้า จิตใจที่ต้องเจอเรื่องหนักๆ  หรือต้องเจอมรสุมชีวิต  ลองมองดูรอบๆตัวเรา  ไม่ได้มีเราคนเดียวที่มีปัญหา  ไม่ได้มีเราคนเดียวที่มีความทุกข์ 

จิตใจคนเราไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลา  และก็ไม่ได้อ่อนแอตลอดเวลาเช่นกัน

บางคนยอมรับความอ่อนแอที่เกิดขึ้นไม่ได้  (ผมด้วย)  อยากให้ตัวเองดูเข้มแข็ง  ดูเก่งอยู่ตลอดเวลา  ทำให้เรามีความทุกข์เพราะยอมรับไม่ได้ว่า...มันต้องมีวันที่เราต้องอ่อนแอบ้าง  เวลาเจอคนอื่นที่กำลังอ่อนแอหรือมีความทุกข์  เราก็มองพวกเขาในแง่ลบ 

แต่ถ้าเรายอมรับได้ว่า  ความอ่อนแอนั่นแหละคือ  รากฐานของความเข้มแข็ง  เราต้องรู้จักความอ่อนแอก่อน  และยอมรับมันว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา  พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น  เข้มแข็งขึ้น  มีเวลาพักใจและเติมพลังให้ตนเองบ้าง  เราจะมองความอ่อนแอเหมือนเพื่อนคนนึงที่ต้องเจอกันบ้าง  แต่เราจะก้าวข้ามมันไปได้

คนเข้มแข็งที่เคยรู้จักความอ่อนแอมาก่อนแล้วก้าวข้ามมันไปได้นั่นแหละ...คือ คนเข้มแข็งที่แท้จริง ^^  

และเขาคือคนที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้ดียิ่งกว่าใครๆเพราะเขาคือคนที่เข้าใจความอ่อนแอมากกว่าใครๆท้งหมด J

ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากนะครับ...สู้ต่อไปครับ